ครีมลบรอยดำ

ครีมลบรอยดำกับ วิธีการรักษา

ครีมลบรอยดำ

ผิวสวยหน้าใสเป็นสิ่งปรารถนาสำหรับทุกท่าน การดูแลสุขภาพผิวที่ถูกวิธีจะช่วยให้ท่านมีผิวพรรณที่ดี ช่วยเสริมบุคลิกภาพ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การพักผ่อนที่เพียงพอ

ดื่มน้ำสะอาดวันละ 1-2 ลิตร รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และใช้ยาทากันแดดจะช่วยชะลอปัญหาผิวพรรณ หมองคล้ำหยาบกร้านก่อนวัยอันสมควร

อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะได้มีการดูแลผิวพรรณแล้ว แต่มีปัจจัยบางอย่างในแต่ละช่วงอายุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ เช่น ปัญหาการเกิดสิวในช่วงวัยรุ่น, ปัญหาฝ้า กระในผู้สูงอายุ

เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งทำให้การทำงานของต่อมไขมันเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้เกิดเป็นสิวอักเสบ บางครั้งทิ้งริ้วรอยไว้เป็นผลและรอยขรุขระที่ผิวหนัง ทำให้วัยรุ่นบางคนขาดความมั่นใจในตนเอง

การแก้ไขปัญหารอยแผลเป็นจากสิวทำได้โดยการ หลีกเลี่ยงสาเหตุกระตุ้นการเกิดสิวซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดแผลเป็น โดยการดูแลสุขภาพผิว เช่น การพักผ่อนที่เพียงพอ

หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น ความร้อน แสงแดด มลภาวะจากควันรถยนต์ การแต่งหน้าเข้มเกินไป พยายามหลีกเลี่ยงการบีบ แคะ แกะ เกา เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นเพิ่มขึ้น

 แพทย์ผิวหนังมีการรักษาที่ช่วยเหลือในกรณีเกิดแผลเป็นแล้ว ดังนี้

  • การใช้ยาทากลุ่มกรดวิตามิน เอ ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเส้นใยคอลลาเจนทำให้แผลตื้นขึ้น
  • การแต้มแผลเป็นด้วยน้ำยา TCA หลังแต้มน้ำยาแล้วจะเกิดสะเก็ดสีดำที่ตำแหน่งแต้มยา สะเก็ดจะหลุดลอกภายใน 1 สัปดาห์
  • การทำไอออนโต (Iontophoresis) เป็นวิธีการที่ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างอ่อน ๆ ช่วยผลักประจุยาเข้าสู่ผิวหนัง หลังจากทำอาจมีใบหน้าแดงเรื่อ ๆ ซึ่งจะหายไปได้เองภายใน 1 วัน
  • การผลัดผิวโดยวิธี MD (Microdermabrasion) เป็นการผลัดผิวโดยใช้หลักการพ่นผง Crystal ซึ่งทำด้วยผลึกอลูมิเนียมอ๊อกไซด์ที่มีขนาดเล็กเท่าทรายละเอียด เพื่อขัดผิวส่วนขี้ไคล และหนังกำพร้าส่วนบนให้หลุดไป หลังจากนั้นจะมีการสร้างเซลล์ขึ้นใหม่เพื่อทดแทน
  • ยังมีการผลัดผิวแบบใหม่ เรียกว่า MD Plus (Microdermabrasion Plus) เป็นการเพิ่มวิธีการบำบัดผิวโดยการใช้ระบบสูญญากาศนวดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต แล้วจึงพ่นผง Crystal ทำการผลัดผิว ตามมาด้วยการใช้แสง blue light เพื่อลดการอักเสบของสิวอักเสบ
  • การรักษาโดยการใช้เลเซอร์ ในปัจจุบันมีเลเซอร์ที่สามารถกระตุ้นเส้นใจคอลลาเจน เพื่อช่วยให้แผลเป็นจากสิวตื้นขึ้น โดยไม่ทำให้เกิดแผลที่ใบหน้าและไม่มีอาการเจ็บ หลังทำการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ต้องอาศัยการรักษาหลายครั้ง

การรักษาโดยวิธีดังกล่าวข้างต้นให้ผลการรักษาที่แตกต่างขึ้นกับลักษณะของแผลเป็น ผลที่ได้จากการรักษาคือ ทำให้สภาพผิวเรียบเนียนขึ้นจากเดิมซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษาตามแต่ลักษณะผิวเดิม

รอยแดง รอยดำคล้ำจากผิวอักเสบ คืออะไร

เป็นอาการสีผิวไม่สม่ำเสมอที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหายจากการอักเสบ และรวมถึงอาการเหล่านี้ด้วย

  • การติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • อาการแพ้
  • อุบัติเหตุ
  • ปฎิกิริยาจากการใช้ยา
  • อาการแพ้ยาที่ผิวหนังโดยมีปฎิกิริยาจากแสงแดดร่วมด้วย
  • แผลบาดเจ็บ (เช่นผิวไหม้)
  • ปฎิกิริยาจากการอักเสบ เช่นสิว ผิวหนังอักเสบ

รอยแดง รอยดำคล้ำที่เกิดขึ้น จะอยู่ในบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บที่รักษาหายแล้ว จะมีสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงดำ สีที่ดำคล้ำขึ้นเนื่องจากเผชิญกับแสงแดด

การใช้ยารักษาบางอย่างก็อาจทำให้สีผิวคล้ำขึ้น เช่นยาต้านเชื้อมาลาเรีย, ยารักษาโรคเรื้อน, เตตร้าไซคลิน, ยาต้านมะเร็งเช่น bleomycin, doxorubicin, 5-fluorouracil และ busulfan

รอยดำคล้ำนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะเกิดได้มากกว่าในคนที่มีผิวคล้ำ อาการเหล่านี้จะเห็นได้ขัดเจนมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดด ตัวอย่างของอาการเหล่านี้เช่น การสัมผัสกับพิษของพืชบางชนิดแล้วแพ้

      ครีมลบรอยดำ และสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำจากผิวอักเสบ

1.เกิดจากการผลิตเม็ดสีในบริเวณที่เป็นแผลอักเสบซ้ำๆ

ในขั้นตอนที่ผิวทำการรักษาแผล นั้น อธิบายกันอย่างละเอียดก็คือ เมลาโนไซท์ทำหน้าที่ผลิตเมลานินมากขึ้น  ซึ่งจะแพร่ไปยังเคราติโนไซท์รอบๆ เคราติโนไซท์ คือเซลล์ผิวซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มความผิดปกติของเม็ดสีผิว (hypermelanosis) ชั้นหนังกำพร้า

2.เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีผิวในชั้นหนังแท้

เม็ดสีผิวที่เกิดที่ชั้นลึกลงไป จะเกิดขึ้นเมื่อการอักเสบนั้นกระจายลงไปถึงขอบเขตสุดท้ายของชั้นหนังกำพร้า ทำให้เกิดเม็ดสีผิวขึ้นที่ชั้นผิวที่อยู่ติดกับหนังกำพร้า การเกิดภาวะอักเสบที่ชั้นผิวหนังกำพร้า

ชั้นนอกสุดของผิวหนัง ที่ตอบสนองจากการบาดเจ็บหรือเป็นแผล มีผลให้ผิวหลั่งและทำปฎิกิริยากับกรดอะราชิโดนิค (arachidonic) ไปยัง prostaglandin

3.ยากินกลุ่มโลคูเทรียน (leukotriene) และผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ใกล้เคียงกัน

ซึ่งจะไปปรับเปลี่ยนการทำงานของภูมิคุ้มกันเซลล์ และเมลาโนไซท์และทำให้เกิดรอยแดง รอยดำได้เช่นกัน

วิธีการรักษารอยดำคล้ำจากผิวอักเสบ

โดยปกติแล้วจุดด่างดำบนผิวจะค่อย ๆ จางลงและกลับเป็นสีผิวปกติได้ต้องใช้เวลา ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ นั้นอาจใช้เวลานานถึง 6-12 เดือน หรืออาจนานถึง 2 ปีในบางรายก็เป็นได้ แต่สำหรับ ครีมลบรอยดำ บางตัว อาจเห็นผลเร็วกว่านั้น

ผู้ป่วยควรจะได้รับการแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีคุณภาพดีเป็นประจำทุกวัน เมื่อต้องเผชิญแสงแดดเพื่อ ป้องกันจุดด่างดำนั้นไม่ให้คล้ำขึ้นกว่าเดิม

ผลิตภัณฑ์ ที่ใช้รักษาภายนอกมีมากมายที่จะช่วยให้ขาวขึ้น หรือฟอกสีจุดด่างดำที่ชั้นหนังกำพร้าได้ ส่วนใหญ่แล้วให้ผลดี แต่หากรักษาร่วมกันกับวิธีการต่าง ๆ ที่แนะนำด้านล่างนี้ก็จะให้ผลที่ชัดเจนมากขึ้น

  1. Hydroquinone
  2. Tretinoin Cream
  3. Corticosteroid creams
  4. AHA
  5. Azelaic acid
  6. Applecider Vinegar
  7. Laser
  8. Gylcolic acid peel

วิธีการรักษาต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถรักษาความผิดปกติของเม็ดสีผิวที่ชั้นหนังแท้ได้  การแต่งหน้าเพื่ออำพราง เป็นเทคนิคการใช้เมคอัพก็สามารถใช้เพื่อปกปิดอำพรางจุดด่างดำของผิวได้ โดยไม่ทำลายผิว

ลบรอยดำ

  วิธีการปกป้องริ้วรอยบนใบหน้า

ผู้หญิง ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากมีริ้วรอยบนใบหน้า โดยเฉพาะยังไม่ถึงเวลาอันควร การจะอยู่ให้ไกลห่างจากริ้วรอยไม่ใช่เรื่องยาก เพียงสร้างความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่า ริ้วรอยไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น เฉพาะกับผู้สูงวัยเท่านั้น

แต่สามารถเกิดจากการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน เช่น ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพอากาศเดี๋ยวอยู่ที่ร้อน

เดี๋ยวอยู่ที่เย็น รวมทั้งสภาพจิตใจที่ไม่กลาง ไม่บวก ผันผวนง่าย ต่อมเครียดอยู่แถวปลายจมูก ล้วนส่งผลให้ริ้วรอยมาเยือนก่อนวัยอันควรทั้งสิ้น รู้อย่างนี้แล้ว เรามาหลีกหนีจากริ้วรอยกันดีกว่า ด้วย 10 วิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • ปกป้องผิวพรรณจากแสงแดด

รู้กันทั่วว่าทั้งเจ้ารังสียูวีเอ และยูวีบีเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดริ้วรอย ยิ่งอาทิตย์สาดแสงแรงตลอดเวลาอย่างเมืองไทย แนะให้เลี่ยงเสีย หรือถ้ามีเหตุต้องปะทะแดด โดยเฉพาะคนที่ทา “ครีมลบรอยดำ”  ยิ่งต้องทากันแดดอยู่เป็นประจำค่ะ

ก็ชโลมครีมกันแดดเข้าไป นอกจากจะป้องกันผิวไม่ให้ไหม้แดดอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยแล้ว ยังป้องกันมะเร็งผิวหนังไปในตัว

  • สวมแว่นกันแดด

นอกจากจะปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตแล้ว ยังช่วยลดอาการหรี่ตา ย่นคิ้ว อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยตีนกาได้ชะงัดนัก

  • ไม่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงผิวพรรณได้เต็มที่และเพียงพอ ทำให้เซลล์ผิวหนังไม่สดใสและส่งผลให้เกิดเซลล์ใหม่ล่าช้าแล้ว

ยังเร่งให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าเร็วขึ้น สำคัญที่สุดคือรอยย่นเล็กๆบริเวณริมฝีปาก ถ้าไม่อยากมีจีบรอบปากแถมปากดำคล้ำล่ะก็ เลิกเสีย

  • รักษาความสะอาดอย่างล้ำลึก

หลังเสร็จภารกิจประจำวัน ไม่ว่าจากงานหรือเริงร่า อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหมดจด นี่คือกฎเหล็กที่สาวทุกคนห้ามลืม ห้ามเผลอ ห้ามขี้เกียจผลัดคืนเป็นรุ่งเป็นอันขาด

โดยเฉพาะสาวที่พอกเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะหนาเตอะหรือบางเบา ก่อนล้างหน้าต้องใช้ครีมเช็ดคราบเครื่องสำอางให้หมดก่อนเสมอ แล้วจึงล้างด้วยสบู่ล้างหน้าที่เลือกสรรแล้วว่าเหมาะกับสภาพผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป

  • ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว

คืนความชุ่มชื้น ให้แก่ผิวหน้าด้วยการโปะ ไนท์ครีม และ  ครีมลบรอยดำ ก่อนนอนทุกคืน หรืออาจจะเติมกำลังเสริมด้วยการมาสก์หน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาทีอาทิตย์ละครั้ง ย้ำว่าอาทิตย์ละครั้ง ยุทธวิธีทบดอกเบี้ยประเภทอาทิตย์นี้ลืมอาทิตย์หน้ามาสก์ไปครึ่งชั่วโมงนั้น อย่าได้นำมาใช้เชียว

จุดด่างดำเป็นอะไรที่ ทุกคนกลัวและอยากวิ่งหนีสุดๆ หากจุดด่างดำไปเกิดบนใบหน้าของผู้หญิง แล้วละก็เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว ทำให้ความงามที่เคยมีกลายเป็นความไม่สวย และไม่มั่นใจไปเลยทีเดียว

จุดด่างดำนั้นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาก สำหรับผู้หญิง หลายๆ คน การป้องกันนั้นง่ายกว่าการรักษา แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงสิวหรือการอักเสบอื่นๆ

ที่อาจนำไปสู่การเกิดจุดด่างดำได้ ฉะนั้น นี่จึงเป็นข้อแนะนำที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

  1. อย่าแกะอย่าเกา พยายามหลีกเลี่ยงการคุ้ยแคะแกะเกาสิว หรือตุ่มคันจากแมลงกัดต่อย เพราะนั่นอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ใหญ่ขึ้นได้
  2. ปกป้องผิว โดยใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน และควรทำซ้ำในระหว่างวัน เพื่อป้องกันจุดด่างดำหรือรอยแผลเป็นในอนาคต
  3. อย่าขัดผิวแรงๆ การใช้สครับขัดผิวแรงๆ หรือใช้แบบที่มีเม็ดขัดแบบหยาบ หรือคมเกินไป อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือบาดแผลรอบๆ หัวสิว จนอาจทำให้ การอักเสบลุกลามบานปลายได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>