ครีมรักษาหลุมสิว

ครีมรักษาหลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิว รอยแผลสิว ที่ดีที่สุด

หลุมบ่อที่ว่านั้นสาเหตุหลักๆก็เกิดมาจากสิวเจ้ากรรม กับการรักษาสิวที่ไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะการไปบีบ กด เค้นสิวแบบไม่รู้จักกาละเทศะ

นึกจะบีบก็บีบ บีบแล้วหัวสิวมันไม่ออกสักที ก็พยายามบีบพยายามเค้นสิวมันอยู่นั่นแหละ ผลสุดท้ายก็ได้รับหลุมสิวมาให้เชยชมกันไป งามหน้ากันเลยทีนี้

ครีมรักษาหลุมสิว

1.รักษาหลุมสิว เดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller)

เดอร์มาโรลเลอร์ Dermaroller หรือที่ผมให้คำจำกัดความว่า “ลูกกลิ้งเข็มทะลวงหน้า” เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวที่ใช้ลูกกลิ้งที่มีเข็มขนาดเล็กติดอยู่เป็น 100 เล่ม กลิ้งลงไปบนหน้าที่เป็นหลุมสิวของเรา

โดยระหว่างที่กลิ้งนั้นเราจะรู้สึกเจ็บแบบโครตๆครับ ไม่รู้จะใช่คำจำกัดความความเจ็บที่ว่านี้ได้ยังไงนอกจากคำนี้ เนื่องจากมันใช้เข็มกลิ้งไปบนหน้าของเราที่

และที่จะตามมานอกจากความเจ็บก็คือเลือด เลือดจะออกมาท่วมหน้าเลยทีเดียว ถึงตอนทำจะมองไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่ามันออกเยอะ เพราะระหว่างที่ทำจะมีผู้ช่วยหมอคอยซับอยู่ตลอดเวลา

แต่ผลลัพธ์การรักษาหลุมสิวด้วย Dermaroller นั้นผมยอมรับได้ว่าช่วยเรื่องหลุมสิวได้มากกว่า 50% เลยทีเดียว แต่ว่าต้องใช้เวลารอคอยสักหน่อยประมาณ 6 เดือน

ถึงจะเห็นว่าหลุมสิวตื้นขึ้น เพราะต้องรอให้ผิวหน้าของเราค่อยๆรักษาตัวมันเอง ส่วนใครไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากเสียตัง แนะนำใช้  ครีมรักษาหลุมสิว ดีกว่าค่ะ ไม่เจ็บและไม่แพงด้วยค่ะ

ลองดูนะคะ รับรองว่าคุ้มค่ากับการทำ รักษาหลุมสิวด้วยเข็มทะลวงหน้า (Dermaroller) จากประสบการณ์จริง 100%

2.เลเซอร์ Fraxel รักษาหลุมสิว

Fraxel เป็นการยิงเลเซอร์ไปยังผิวหน้าของเรา โดยความร้อนจากเลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นเซลผิวชั้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิวของเรา ทำให้หลุมสิวของเราตื้นขึ้นได้

โดยข้อดีของ Fraxel  ก็คือไม่ต้องพักฟื้นนาน หน้าแดงสัก 2-3 ชั่วโมงก็หาย ไม่มีรอยไหม้เกิดขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงเช่นกัน เรื่องผลที่ได้นั้นก็ดีในระดับหนึ่ง แต่ต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผล

3.รักษาหลุมสิวด้วย E-Matrix Laser

รักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์อีแมททริกซ์ E-Matrix Laser เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวด้วยการยิงลำแสงเลเซอร์เข้าไปเจาะรูเล็กๆที่บริเวณหลุมสิวของเรา

ซึ่งเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ โดยหลังทำจะเกิดเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลเล็กๆบริเวณหลุมสิวหรือตำแหน่งที่ถูกยิง

แต่ 1-2 สัปดาห์ก็จะหายไปได้เอง ผลการรักษาหลุมสิวนั้นก็จะใกล้เคียง Frexel Laser ยิงตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปถึงจะเห็นผล

4.รักษาหลุมสิวด้วย Subcision

การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีเซาะพังผืด การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision นั้นเป็นการเซาะพังผืดบริเวณหลุมสิวด้วยเข็มขนาดเล็กที่เรียกว่า “Nokor Needle”

โดยหัวเข็มนั้นจะเป็นมีดขนาดเล็ก เอาไว้แซะพังผืดสิวบริเวณหลุมสิวที่เป็นมานาน หากไม่แซะออกก็จะทำให้หลุมสิวตื้นได้ยาก เป็นวิธีการรักษาหลุมสิว

ที่มักจะเอาไปผสมผสานกับการรักษาหลุมสิวแบบอื่นๆ การรักษาหลุมสิวด้วยการทำ Subcision ร่วมกับ Dermaroller ซึ่งมันจะช่วยส่งเสริมกัน ให้การรักษาหลุมสิวได้ผลดียิ่งขึ้น

นี่ก็เป็นวิธีรักษาหลุมสิวที่ผมคิดว่าดีที่สุดจากประสบการณ์และข้อมูลที่ศึกษามา จริงๆแล้วการรักษาหลุมสิวนั้้นมีอีกหลายวิธี ซึ่งก็อาจจะมีตัวที่รักษาได้ผลดีกว่าวิธีนี้

 5.การรักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell

ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ เป็นวิธีรักษาหลุมสิวชนิดหนึ่งที่ไม่เจ็บเลย เหมือนเอาอะไรมาขููดหน้าเรา ไถไปเรื่อยๆเพลินๆ ทำเสร็จใหม่ๆหน้าก็จะแดงนิดหน่อย

แต่สัก 1-2 ชั่วโมงก็หายไปเอง ไม่มีผลข้างเคียง เพราะมันเป็นแค่การใช้เกร็ดอัญมณีเพื่อไปรบกวนใบหน้าที่เป็นหลุมสิวของเราให้มีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่เท่านั้น

ไม่ได้มีการทำงานที่ซับซ้อนอะไร ไม่ต้องกลัวรอยไหม้บนหน้า เพราะมันไม่ได้ใช้แสงเลเซอร์ยิง มันใช้เกร็ดพ่นไม่มีความร้อนหน้าเราไม่เกรียมแน่นอน

ผิวหน้าเราจะใสเปล่งปลั่ง ช่วยให้เลือดที่เลี้ยงบนใบหน้าของเราไหลเวียนได้ดีขึ้น เหมือนการเปิดจุดชีพจรในหนังจีน ทำให้ผิวเราได้รับสารอาหารจากเลือดได้ดีขึ้น

หน้าก็จะขาวแบบมีสุขภาพดี ขาวอมชมพู ทำได้บ่อยๆ ไม่ต้องเว้นช่วงนาน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง

  •  สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนรักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell
  1. ราคาค่อนข้างสูง อาจจะคิดเป็นครั้ง หรืออาจจะเหมาเป็นคอร์ส ถ้าเป็นครั้งก็ประมาณ 700-1500 บาท หรือเป็นคอร์สก็ประมาณ 9,000-20,000 บาท บางที่ก็อาจจะมีโปรโมชั่นถ้าอยากลองก็รอช่วงโปรก็ดีเหมือนกันครับ
  2. เหมาะกับการรักษาหลุมสิวที่ไม่ลึกมากนัก เพราะมันเป็นการผลัดผิวที่บริเวณผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น ไม่ได้ทำงานที่ชั้นผิวหนังแท้ ฉะนั้นวิธีนี้จะช่วยให้หลุมสิวที่ตื้นๆดีขึ้นได้เท่านั้น
  3. ต้องทำหลายๆครั้งถึงจะเห็นผล เพราะมันเป็นวิธีการรักษาหลุมสิวแบบ soft ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องกลัวผลข้างเคียง
  4. อาจต้องใช้วิธีการอื่นเสริมด้วย ถ้าต้องการให้ได้ผลการรักษาหลุมสิวที่ดี อาจต้องมีการผลักตัวสารบำรุงผิวหน้าอื่นๆเข้าไปด้วย เช่น วิตามินซี วิตามินอี

ตามหลักการแล้วการรักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell ก็เป็นวิธีการที่เน้นในเรื่องการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ ซึ่งวิธีการรักษาหลุมสิวแบบนี้จะต้องใช้เวลา

และความอดทนมากสักหน่อยถึงจะเห็นผล และที่สำคัญวิธีการนี้จะเหมาะกับคนที่เป็นหลุมสิวบนหน้าไม่ลึก หรือคนที่มีรูขุมขนกว้างแล้วอยากให้เล็กลง

อยากให้หน้าเนียนขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็นหลุมสิวเยอะและลึกไม่แนะนำวิธีนี้  วิธีการรักษาหลุมสิวด้วย IPL แต่ถ้าไม่อยากสิ้นเปลืองตังแนะนำให้ใช้ “ครีมรักษาหลุมสิว” ดีกว่าค่ะหายจริง ประหยัดด้วย

รักษาหลุมสิว cool touch

ครีมรักษาหลุมสิว กับวิธีการักษาแบบอื่นเพิ่มเติม

 1.สำหรับการรักษาหลุมสิวด้วย IPL

นั้นจะใช้เครื่องยิงIPLโดยเฉพาะ ยิงลำแสงไปที่ใบหน้าในตำแหน่งหลุมสิวที่ต้องการ โดยที่ลำแสงที่ยิงออกไปนั้นจะผ่านทะลุผิวหนังชั้นนอก

และเข้าไปกระตุ้นผิวหนังชั้นในให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินซึ่งเป็นเส้นใยเนื้อเยื่อ ให้มีการสร้างที่รวดเร็วและดีขึ้นกว่าการสร้างตามปกติของร่างกาย

เกิดการดันตัวของเซลผิวใหม่ที่อยู่ข้างล่าง ให้ขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเก่าทำให้หลุมสิวบนใบหน้าตื้นขึ้นได้

  •  ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย IPL
  1. ไม่เกิดรอยไหม้ที่ผิวหน้า เพราะเป็นการยิงลำแสงเข้าไปเพื่อกระตุ้นเซลผิวชั้นใน
  2. ไม่เจ็บ ถ้าเทียบการการยิงลำแสงประเภทอื่นๆ
  3. หลังจากทำไม่ต้องพักฟื้นนาน ใช้ชิวิตได้ตามปกติ แบบว่าทำคืนนี้พรุ่งนี้ก็ทำงานได้ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  4. ไม่ทำให้หน้าบาง เพราะไม่ได้เป็นการลอกผิวออก
  5. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวชั้นหนังแท้ได้เป็นอย่างดี
  •  ผลข้างเคียงของการรักษาหลุมสิวด้วย IPL
  1. อาจจะเกิดรอยแดงบวม แต่ไม่ต้องกังวลเพราะรอยจะหายไปภายใน 3-7 วัน
  2. อาจมีตุ่มใสเกิดขึ้น
  3. อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิวบ้าง

ซึ่งผลข้างเคียงที่ได้กล่าวมาส่วนใหญ่จะหายไปเองในเวลาไม่นาน เต็มที่ก็ไม่เกิน 4 สัปดาห์ แต่หากมีอาการเหล่านี้มากและยาวนานผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

การรักษาหลุมสิวด้วย IPL เป็นวิธีการที่ทำได้ง่ายและมีผลข้างเคียงที่น้อย ซึ่งเป็นการรักษาที่เหมาะกับหลุมสิวประเภท Rolling Scar คือเป็นรอยหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นแอ่งเว้า หากเป็นหลุมสิวแบบอื่นๆแนะนำให้รักษาโดยใช้วิธีอื่นจะเหมาะกว่า

สิ่งที่ต้องคำนึงอีกอย่างหนึ่งคือในเรื่องของ ค่าใช้จ่าย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง โดยคิดค่าบริการจากการยิงลำแสงเพื่อรักษาหลุมสิวในแต่ละครั้ง

หรือที่เรียกว่า shot ซึ่ง 1 shot จะอยู่ที่ 100-300 บาท หรืออาจจะเป็นการเหมาจ่ายทั้งหน้าก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพหลุมบนใบหน้าของเราว่ามีกี่จุด

ก่อนที่จะตัดสินใจรักษาหลุมสิวด้วยวิธีนี้ก็ลองช่างใจกันดูค่ะ ว่าจะคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไปหรือเปล่า หรือว่าจะลองถามคำแนะนำจากแพทย์ดูก่อนก็ได้

แต่ก็อย่าไปเชื่อ 100% ครับ ลองหาข้อมูลดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ มีคนแชร์ประสบการณ์ไว้เยอะ จะได้ไม่เดินทางผิดเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน

และที่สำคัญเสียหน้าอีกต่างหาก วิธีรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ชนิดหนึ่ง โดยเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวแสงอยู่ในช่วง 1,320 Nd:Yag

ซึ่งแสงเลเซอร์ตัวนี้จะยิงไปที่ผิวหน้าของเราโดยจะผ่านทะลุผิวชั้นแรกเข้าไป และไปทำงานในผิวชั้นกลาง โดยทำให้น้ำในเซลล์ผิวเกิดความร้อน

เหมือนการต้มน้ำให้เดือด ซึ่งการเกิดความร้อนขึ้นในเซลล์ผิวนี่เองที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเซลล์ผิว ทำให้หลุมสิวบนหน้าของเราตื้นขึ้นได้

2.การรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser

  • หมอจะทายาชาที่หน้าของเรา เพื่อไม่ให้เจ็บเวลาที่ถูกยิงด้วยเลเซอร์ ทิ้งไว้ประมาณ 50 นาทีเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์
  • เมื่อครบ 50 นาที
  • ยาที่ชาก็จะออกฤทธิ์ หน้าเราก็จะด้านชาพร้อมรับทุกสถานะการณ์ หมอก็จะให้พยาบาลทาเจลเย็นที่หน้าของเราอีกชั้นนึงก่อนยิง เพื่อลดความร้อนจากแสงเลเซอร์
  • หมอเริ่มยิงเลเซอร์ Cool touch Laser มาที่หน้าของเรา ยิงแบบไม่ยั้ง เป็นร้อยช็อตได้ ซึ่งจำนวนครั้งในการยิงก็ขึ้นอยู่กับหลุมสิวบนหน้าของเราว่ามีมากน้อยแค่ไหน
  • เวลาถูกยิงรู้สึกเจ็บไม่มากสงสัยยาชาจะดี พอหมอยิง Cool touch Laser เสร็จก็จะประคบเย็นให้เราอีกที

ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser

  1.  ไม่มีผลข้างเคียง ไม่เกิดสะเก็ดที่หน้า ไม่มีร่องรอยการทำหลงเหลืออยู่เลย รอยแดงจะเกิดแค่ตอนทำเสร็จใหม่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็จะหายไปเอง
  2. ไม่เจ็บมาก ถ้าเทียบกับเลเซอร์ตัวอื่น เช่น Fraxel หรือ การทำ Dermaroller
  3. ราคาไม่แพงเท่าไร ครั้งละ 2,000 – 3,000 บาท ถ้าเป็นคอร์สก็ทำ 3 ครั้ง ประมาณ 7,500 บาท 5 ครั้งก็ประมาณ 12,500 บาท
  4. ไม่ต้องบำรุงผิวมาก เหมือนวิธีอื่o
  5. ได้ผลดีกว่าการรักษาหลุมสิวด้วย IPL
  •  ข้อควรพิจารณาก่อนรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser
  1.  Cool touch Laser เหมาะกับการรักษาหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก หลุมตื้นๆจำนวนไม่มาก ถ้าเป็นมากแนะนำให้ทำตัวอื่นแทน เช่น Fraxel , Dermaroller จะเห็นผลมากกว่า
  2. อาจต้องทำหลายครั้งถึงจะช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ ประมาณ 5-7 ครั้ง

โดยรวมแล้วการรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser เป็นวิธีที่ดีมากวิธีหนึ่ง เนื่องจากมีไม่มีผลข้างเคียง ไม่เกิดรอยแดง หรือแผลที่หน้า

ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม แถมราคายังไม่สูงมาก ถ้าใครเป็นหลุมสิวแบบไม่มากผมแนะนำตัวนี้เลยค่ะ เลิศสุดๆ แต่บางทีการรักษาหลุมสิวก็แล้วแต่คนด้วย

บางคนอาจจะทำแล้วได้ผลกับวิธีนี้ บางคนอาจจะไม่เห็นผลเลย ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างด้วย เอาเป็นว่าเอาใจช่วยให้ทุกคนมีใบหน้าที่เนียนเรียบ ขาว ใส ไร้สิว

Leave a Comment