ครีมรักษาฝ้า

ครีมรักษาฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า และวิธี ลดฝ้า รักษาฝ้า บนใบหน้า

เรามาทำความรู้จักกับ ฝ้า กันดีกว่า โดยเฉพาะ คุณผู้หญิงทั้งหลาย ยิ่งต้องควร จะระมัดระวังอย่างมาก แต่สาเหตุหลักของ ฝ้า กระ นั้น มักจะเกิดจากแสงแดด เป็นหลัก ฉะนั้นจะออกไปไหนมาไหน ก็ควรจะทาครีมกันแดด และพกร่มติดตัวทุกครั้ง

ครีมรักษาฝ้า

เรามาดูวิธีรักษา ป้องกัน การเกิด ฝ้า ลดฝ้า กันดีกว่า ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านผิวหนังกล่าวว่า ผู้หญิงเอเชียส่วนใหญ่ ใส่ใจกับเรื่องผิวคล้ำ จากการผลิตเม็ดสีผิว ที่มากเกินไป หรือการผลิตเม็ดสีที่ไม่เท่ากัน ซึ่งทุกสภาพผิว มีโอกาสได้รับ ผลจากการผลิตเม็ดสี ที่ผิดปกติ

โดยขึ้นอยู่กับ ผลกระทบ จากภายนอกได้ เช่น แสงแดด หรือปัจจัยภายในร่างกาย อย่างเช่น ฮอร์โมน หรือจากสภาพผิว ที่ได้รับการถ่ายทอด ตามกรรมพันธุ์ ของแต่ละคน โดยมากการผลิตเม็ดสีผิว ที่ผิดปกติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก สำหรับผู้ที่มีผิวมัน และเป็นไปตามลักษณะเชื้อชาติ

ฝ้า มีลักษณะคล้ายกับ จุดด่างดำ แต่มีบริเวณ ที่กระจายกว้างกว่า ส่วนมากฝ้า เป็นผลจาก การเปลี่ยนเเปลงฮอร์โมน เช่น การตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด เพราะระบบภายในร่างกาย เกิดการเปลี่ยนแปลง คล้ายคลึงกับช่วงตั้งครรภ์

ฝ้า แบ่งได้เป็น 2 ชนิดตามความลึกของการเกิดฝ้าคือ ฝ้าแบบตื้นและฝ้าแบบลึก

  • ฝ้าแบบตื้น

จะอยู่ในระดับ ผิวหนังกำพร้า หรือผิวหนังชั้นนอก มักมีลักษณะ เป็นสีน้ำตาลขอบชัด เกิดได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้เร็ว นอกจากนี้ ฝ้า ชนิดนี้ยังรักษา โดยการใช้ ยาทาฝ้า อ่อนๆ และ ยากันแดด ก็สามารถลบเลือนให้หายได้

  • ฝ้าแบบลึก

จะมีอาการผิดปกติ อยู่ในชั้นที่ลึกกว่าชนิดแรก โดยจะเกิด ฝ้า ในระดับที่ลึกกว่า ผิวหนังกำพร้า จะเกิดความผิดปกติ ในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงๆ อมน้ำเงิน ขอบเขตไม่ชัด รักษาได้ยากกว่า ฝ้าชนิดตื้น และไม่ค่อยหายขาด การใช้ “ครีมรักษาฝ้า” อ่อนๆ และ ยากันแดด เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น

การรักษา ประกอบด้วยหลายวิธี เนื่องจากความผิดปกตินี้ เกิดจากปัจจัย ที่มีความซับซ้อน แต่กรณีที่เกิดขึ้น บนผิวชั้นหนังกำพร้า หรือแบบตื้น สามารถควบคุมได้ด้วยครีม แต่ถ้าเป็นบริเวณที่ ลึกกว่านั้น เช่น เนื้อเยื่อ

ก็ไม่สามารถรักษา ด้วยครีมตัวใดตัวหนึ่ง หรือแม้แต่การศัลยกรรม การขัดผิวหนัง เพื่อรักษาแผลเป็น หรือการใช้เลเซอร์ โดยปกติแล้วจะให้การรักษา แบบตรงจุด เช่น การลอกผิว หรือการกรอผิว ด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion) หรือ chemical peel ซึ่งดูเหมือนว่า จะส่งผลการรักษา ได้รวดเร็ว

ครีมรักษาฝ้า”   และ กระบวการสร้างเม็ดสีผิว  เมลานิน

สารเมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสี สร้างจากเซลล์ผิวหนัง ที่เรียกว่าเมลาโนโชต์ (melanocyte) เป็นเซลล์ที่เจริญมาจากเซลล์ ระบบประสาท ซึ่งแทรกตัวอยู่ใน ชั้นหนังกำพร้าส่วนล่างสุด โดยเซลล์ เมลาโนไซต์หนึ่งเซลล์ จะแตกแขนง เป็นร่างแหเล็กๆ ยื่นไปสัมผัสเซลล์ ผิวหนังประมาณ 35 เซลล์

เมลานิน ทำหน้าที่กรองรังสี ที่จะมาทำอันตราย เซลล์ผิวหนัง โดยมีความสามารถ กรองรังสี UV  ยิ่งถ้ามีการตากแดด มากเท่าไร เมลานินก็จะถูก สร้างขึ้นมากเท่านั้น

โดยรังสี UVA ทำให้เกิดผิวสีแทน ฝ้า กระ เป็นสาเหตุเร่งการชราภาพของผิวหนัง ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และ รังสี UVB ทำให้ผิวไหม้ และเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง
วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันฝ้า กระแดด

ไม่ให้ใบหน้าถูกแสงแดดโดยตรงเด็ดขาด แม้ว่าจะทาผลิตภัณฑ์ป้องกันยูวีอย่างดีเพียงใดก็ตาม ควรถือร่มหรือหนังสือป้องกัน

  • ไม่ให้ใบหน้าโดนแสงระยะใกล้ เช่น โคมข้างเตียงนอน เตาไฟ จอคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะกระจกรถยนต์ ควรติดฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพสูง
  • ทาผลิตภัณฑ์ป้องกันยูวีตลอดวัน แม้อยู่ในที่ร่ม และต้องทาอย่างน้อย 2 ครั้งในตอนเช้าและเที่ยง โดยไม่หลงเชื่อคำโฆษณาว่าป้องกันได้ 8 -12 ชั่วโมงถ้าทำงานตอนกลางคืนควรทาเพิ่มอีก เนื่องจากแสงจากหลอดไฟฟ้าก็มียูวีซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้า ควรเริ่มทาอย่างช้าตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าหรือกระแดด
  • ไม่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ควรเลือกคุมด้วยวิธีอื่น เช่น ฉีดยาคุม หรือ ใส่ห่วง
  • ไม่ใช้เครื่องสำอางที่ผสมน้ำหอมทาใบหน้า

ฝ้า

วิธีการรักษาฝ้า กระแดดอย่างง่าย

1. ผลิตภัณฑ์ป้องกันยูวี มีความสำคัญสูงสุด

ในการรักษาฝ้า และกระแดด ยิ่งกว่าครีมลดรอยดำเสียอีก จะต้องทาทุกวัน และตลอดวันอย่างเคร่งครัด ต้องทาใหม่ทุกครั้งที่ล้างหน้า ถ้าทาครีมลดรอยดำ โดยไม่ทาครีมป้องกันยูวี ฝ้าจะไม่มีทางดีขึ้น

ผู้ที่มีผิวหน้ามัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดไม่มัน ( non-oil ) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์ป้องกันยูวี ที่เหมาะสมที่สุด คือครีมปรับสีผิวให้ขาว ( Whitening ) ผสมกับครีมป้องกันยูวี

เนื่องจากจะช่วย ปรับสีผิวตรงส่วนที่ปกติให้ขาว กลมกลืนกับ ส่วนที่เป็นฝ้า หรือกระแดดได้ดีกว่า และป้องกัน การกลับเป็นใหม่ได้มากกว่า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ ที่ป้องกันยูวีได้ประมาณ SPF 15– 30

ซึ่งจะป้องกันยูวี ได้ดีเพียงพอในที่ร่ม ถ้าสูงมากกว่านี้ มักทำให้ผิวมัน เกิดการอุดตัน ของรูขุมขนก่อให้เกิดสิว และกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้ง่ายขึ้น มิหนำซ้ำยัง ป้องกันยูวีที่เกิดจากการตากแดด โดยตรงไม่ได้อยู่ดี

2.ทาครีมลดรอยดำวันละ 1-2 ครั้ง

“ครีมรักษาฝ้า” รุ่นเก่า ที่สถานพยาบาล ส่วนใหญ่นิยมใช้มานาน10– 20ปี จนถึงปัจจุบัน มักมีส่วนผสมของ สารไฮโดรควิโนน ( HQ ) ซึ่งจะทำให้ฝ้าจางเร็ว แต่มีผลข้างเคียงสูง

คือทำให้หน้าแดงในระยะแรก แล้วเปลี่ยนจาก ฝ้าชั่วคราวในชั้นหนังกำพร้า ให้ลงลึกลงไปสู่ชั้นหนังแท้ จนกลายเป็นฝ้าถาวร ซึ่งไม่มีทางรักษา ให้หายได้อีกเลย

“ครีมรักษา” ฝ้ารุ่นใหม่ จะไม่มีสารชนิดนี้ ผสมแต่มีข้อเสีย คือฝ้าจางช้าลง แต่ถ้าทาติดต่อกัน เป็นเวลานานเพียงพอ ก็จะได้ผลดีพอๆกัน และไม่ทำให้ หน้าแดง หรือกลายเป็นฝ้าถาวร จึงไม่ควรใช้ ครีมทาฝ้าชนิดที่ ผสมสารไฮโดรควิโนน

3.พื่อให้รักษาได้ผลเร็วขึ้น

แพทย์อาจทายาช่วยผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ให้ที่สถานพยาบาล เดือนละ 1 – 2 ครั้ง

4.หลังจากฝ้าจางมากแล้ว ห้ามหยุดทาครีมเด็ดขาด

ควรเปลี่ยนเป็นครีมลดรอยดำ ชนิดอ่อนบริเวณรอยฝ้า หรือกระเดิม และทาผลิตภัณฑ์ ปรับสีผิวให้ขาว ผสมครีมป้องกันยูวี ทั่วใบหน้าในเวลาเช้า และเที่ยง และไม่ให้ใบหน้าโดนแดดตรงๆตลอดไป เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก

5.ผู้ที่มีผิวหน้าที่มันมากควรใช้สบู่ล้างหน้าสำหรับรักษาสิว

เพราะผลิตภัณฑ์ ป้องกันยูวีบี มักจะทำให้หน้า มันยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเกิดสิวตามมา หรือใช้ toner เช็ด ส่วนผู้ที่หน้าแห้ง หรือผิวแพ้ง่ายควรใช้สบู่ สำหรับผิวแห้ง

6.แม้ว่าจะดูแลอย่างดีเพียงใด ฝ้าและกระแดดก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้ทุกเวลา
เพราะคงไม่มีใคร ที่จะป้องกันตนเอง ไม่ให้โดนแสงทุกชนิด ได้ตลอด 24 ชั่วโมงตลอดปี เมื่อกำเริบ ให้กลับมาทาครีม ลดรอยดำอีกตามขั้นตอนเดิม

วิธีลดฝ้า กระ

หัวไชเท้า เป็นสมุนไพร ที่มีอยู่ในตำรายาจีน โดยแนะนำ ให้คนวัยทอง นำหัวไชเท้าดิบ มาหั่นซอยเป็นเส้นฝอย กินวันละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ หรือมื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง (ถ้ารู้สึก มีกลิ่นฉุน อาจรับประทานร่วมกับน้ำผึ้ง)

เชื่อว่าจะทำให้ผิวพรรณ สดใสมีน้ำมีนวล ดูเปล่งปลั่ง เหมือนคนหนุ่มสาว ยังเชื่อว่าหัวไชเท้า ช่วยกำจัดพิษ สามารถช่วยให้ปัสสาวะใส ไม่ขุ่น ช่วยชำระล้าง ผนังกระเพาะอาหาร และลำไส้ ช่วยย่อย และช่วยทำให้หายใจโล่งขึ้น

ประโยชน์อีกอย่าง ของหัวไชเท้า คือ สามารถช่วยลดรอยฝ้า และกระให้จางลงได้ โดยนำหัวไชเท้า 1 หัว (ขนาดเล็ก) มาล้างน้ำให้สะอาด ทำการปอกเปลือก แล้วหั่นบางๆ นำไปปั่นให้พอละเอียด ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนแกง

ปั่นรวมกันอีกครั้ง ใช้ทาทั่วผิวหน้า (ยกเว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ จะช่วยลดฝ้าและกระให้จางลง

Leave a Comment